เอนทรีนี้เป็นเรื่องหรือเหตุการณ์ต่อกับ "หลายๆ ครั้งแรกในชีวิต...ว่างก็โม้ไปเรื่อย" หลังจากที่บ่นๆ เอาไว้จนวันนี้ก็พอจะมีความคืบหน้าไปบ้างเล็กน้อย ตามวันเวลาที่ผ่านไป แต่สำหรับเราก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

 

จากกำหนดการที่บอกเอาไว้แต่เดิมว่า วันที่ 2 มี.ค งานที่สมัครเอาไว้ที่นครสวรรค์จะประกาศผล พอวันที่ 2 มาถึงเราก็ยังไม่มีแก่ใจที่จะเดินทางไปดูผลสอบเพราะช่วงนี้ป่วยอยู่ หน้าตาโทรมมากมาย และอีกใจนึงก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ด้วย เพราะดูจากวันที่ไปสอบแล้วดูเหมือนว่าจะมีนอกมีในกันอยู่หลายคน...ทำให้รู้สึกเหนื่อยใจและไม่หวังว่าจะได้ไปเลยสำหรับที่นี่

 

เช่น ผู้เข้าสอบบางคนแสดงกริยาลักษณะสนิทสนมกับกรรมการคุมสอบ/จนท.คุมห้องสอบคือเดินมาเปิดห้องสอบด้วยกันเลยพูดคุยหยอกล้อสนิทสนมแต่พอเวลาสอบก็เข้าไปนั่งสอบด้วย (คือตอนแรกทำตัวเหมือนคนคุมสอบจนเรากับอีกหลายๆคนเข้าใจผิดไปเลย) หรือบางคนก็ใส่เสื้อคลุมที่มีตราของที่ทำงานนี้คือลักษณะเป็นเสื้อของคนภายในที่ๆ นี้จะมีเอามาใส่ได้เราก็เดาเอาว่าเขาคนนั้น ถ้าไม่เป็นกรณีที่เป็นจนท.ของที่นี่อยู่ก่อนแล้วมาสอบเพื่อเปลี่ยนย้ายตำแหน่งก็อาจรู้จักมีญาติหรือคนทำงานอยู่ที่นี่...อย่างที่บอกข้างต้นรู้จักสนิทสนมกับคนในถึงขนาดนี้แล้วข้อสอบมันจะไม่รั่วออกมาให้พวกเดียวกันเองบ้างเลยหรอ อันนี้เป็นประเด็นแรก

 

 

ต่อมาประเด็นที่ 2 ลักษณะการคุมสอบ คือก็เหมือนๆ กับทำพอเป็นพิธี ไม่มีการห้ามเอากระเป๋าเข้าห้องสอบ บางคนถึงขนาดเอากระเป๋าที่มีชีสโน้ตย่อต่างๆ มาวางไว้บนตักหรือวางไว้บนโต๊ะโดยที่กระเป๋ายังคงเปิด ก็ไม่เห็นมีการห้ามการเตือนแต่อย่างใดเลย

เรียกได้ว่าเป็นสนามสอบที่เราค่อนข้างรู้สึกว่ามันแปลกประหลาดมาก ไม่เคยพบเคยเจอสนามสอบทำงานแบบนี้มาก่อนเลย เรียกได้ว่าความเข้มงวดรัดกุมยังน้อยกว่าการสอบ รร.ประถมที่เราเคยเรียนมาเสียด้วยซ้ำไป เหมือนสอบๆไปเป็นพิธีแค่นั้นจริงๆ จำได้ว่าวันนั้นเราแปลกใจมากถึงขนาดออกจากห้องสอบมายังโทร.ไปเล่าให้เพื่อนหลายคนฟังเดี๋ยวนั้นเลย

บางคนที่คิดไม่ดีๆ ก็อาจจะคิดประมาณว่าคนอื่นทำอย่างนั้นได้ แล้วทำไมเราไม่ทำบ้างเล่าใช่ไหม ? ... เราจะบอกว่าเนื้อหาที่เอามาออกสอบก็น่าผิดหวังมาก คือไม่ใช่ว่าเราผิดหวังเพราะเราทำไม่ได้ ไม่ได้อ่านหนังสือมาหรือเตรียมตัวมาไม่ดี แต่เพราะ

 

 

ประเด็นที่ 3  คือเนื้อหาที่เอามาออกสอบ เราไม่คิดว่ามันจะเอาไปวัดหาทักษะความรู้ความสามารถ ของบุคคลที่จะเอาไปทำงานตามตำแหน่งที่ต้องการตรงไหนเลย เช่นปกติการสอบทำงานตามตำแหน่งใดๆ ของหน่วยงานรัฐมักแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.วัดทักษะด้านความรู้ทั่วไป คือคณิตกับภาษาไทย ใช้วัดทักษะด้านการคำนวน การตีความการวิเคราะห์ การใช้ภาษา สรุปความ 2.วัดทักษะเฉพาะตำแหน่ง เช่นตำแหน่งนิติกรข้อสอบส่วนนี้ก็เป็นกฎหมาย ตำแหน่งวิศวะไฟฟ้าข้อสอบก็เกี่ยวกับไฟฟ้า ตำแหน่งนักวิชาการอะไรก็สอบเรื่องนั้นๆไป

แต่ปรากฎว่าสนามสอบนี้ข้อสอบแทบจะไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมส์เศรษฐี มันไม่ได้วัดความรู้ความสามารถตรงไหนเลย มีแค่รู้หรือไม่รู้แค่นั้นเอง(เหมือนหนังเรื่อง Slumdog Millionaire ที่จามาลพระเอกเป็นเด็กจากสลัมแต่ก็เล่นชนะเพราะเคยมีเหตุการณ์ในชีวิตทำให้รู้คำตอบ เช่นถามว่าบนธนบัตร...ดอลล่าห์สหรัฐ มีรูปคนที่อยู่บนนั้นคือใคร ถ้ามาถามเราๆ ก็ตอบไม่ได้เพราะแม้จะเคยเห็นแต่ก็ไม่ได้ใช้อยู่ทุกวันเช่นแบงค์ไทย อย่างที่บอกจามาลมาจากสลัมขนาดตำรวจถามถึงธนบัตรใหญ่สุดของประเทศตัวเองว่ามีรูปใครก็ยังไม่รู้แต่ดันไปรู้ธนบัตรของสหรัฐเพราะตนทำงานได้ทิปจากฝรั่งแล้วบังเอิญวันนั้นไปเจอเพื่อนตอนเด็กที่กลายมาเป็นขอทานตาบอดเพื่อนก็ถามว่าให้เท่าไรแล้วไม่เชื่อว่าเป็นแบงค์ดอลล่าห์เลยบรรยายลักษณะแบงค์นี่ให้ฟัง จามาลจำได้เลยตอบข้อนี้ถูก...สนุกมากใครไม่เคยดูต้องไปหาดูให้ได้เลยนะ)

 

นอกเรื่องไปซะยาวกลับมาๆ ข้อสอบสนามสอบนี้ก็เช่นกัน แค่รู้หรือไม่รู้เท่านั้น? มีข้อนึงถามว่าวันเอดส์โลกวันที่เท่าไร นี่คือข้อสอบในส่วนความรู้ทั่วไป ทั่วไปจริงๆไม่มีเลขคณิตซักข้อเดียว ข้ออื่นๆก็ประมาณวิชาสังคมของเด็กประถม ประมาณสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ใครประดิษฐ์หลอดไฟประมาณนี้เลย ไข้หวัด2009มีอาการเบื้องต้นยังไง (ลืมบอกข้อสอบเป็นแบบกาทั้งหมด ไม่มีเขียนตอบ) อยากรู้นักว่ามันวัดทักษะด้านคำนวน วิเคราะห์ ตีความ...ได้ตรงไหนกันเนี่ย ที่ถามมานี่เอาไปคัดคนทำงานนิติกร/นักวิชาการ...หรือ ?

คนออกข้อสอบเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า? หรือให้แม่บ้านสำนักงานช่วยออกข้อสอบ แล้วแกก็เข้าใจผิดเลยไปเอาหนังสือสังคมลูกมาใช้ออกข้อสอบ 

 

 

น่าเหนื่อยใจ ประเด็นที่ 4 พอวันที่ 3 มี.ค เราเดินทางข้ามจังหวัดไปดูประกาศผลสอบ แล้วปรากฎว่าไงรู้ไม๊ ที่บอร์ดติดกระดาษ 1 แผ่นเขียนด้วยเมจิกสีน้ำเงิน ใช้สก๊อตเทป 1 ชิ้นแปะติดกระจกบอร์ดไว้ มีข้อความสั้นๆว่า "ตำแหน่ง... เลื่อนประกาศผลสอบไปเป็นวันที่ 10 มี.ค.53" สั้นๆ แค่นี้เองไม่มีเกริ่นนำ ไม่มีบอกเหตุผลที่ล่าช้า ไม่มีขอโทษ ขออภัยอะไรเลย 2 บรรทัดสั้นๆ ด้วยเมจิกกับสก๊อตเทป 1 ชิ้น...

ขี้เกียจอะไรกันขนาดนี้ ประกาศอย่างนี้หรือเพื่อแจ้งให้คนร่วม 100 คนทราบ...ไร้ความรับผิดชอบ ขี้เกียจ ชุ่ย สักเพร่าที่สุด ไม่เคยพบเคยเจอในระดับการสอบขนาดนี้ มาตราฐานเด็กป.1-ป.2 ที่ใช้คอมไม่ค่อยเป็นชัดๆ  ไม่คิดเลยว่าคนร่วม 100 เขาจะเดือดร้อนอะไรบ้างเพราะมันเป็นการสอบแบบเปิดมีคนจากหลายที่ทั่วประเทศมาสอบ แล้วเขาจะต้องเสียเงินเสียเวลาเดินทางมาแล้วมาเจอกับการสอบแบบนี้ เจอกับกระดาษ 1 แผ่นชุ่ยๆ อย่างนี้หรือ...

 

เราเคยถามจนท.เขานะตั้งแต่วันไปสมัครแล้วว่ามีการประกาศวันเวลา สนามสอบ ลงอินเตอร์เนตหรือเปล่า? ปรกติสนามสอบอื่นก็ทำกันและทั้งๆ ที่ๆทำงานแห่งนี้มี Website เฉพาะเป็นของตัวเองอยู่แล้ว มันยากนักหรอกับการที่จะเอาประกาศวันเวลา สถานที่สอบแจ้งลงอินเตอร์เนต (จนท.ก็บอกว่าไม่เอาลงเนต เราก็เลยบอกว่าอยู่ต่างจังหวัดจะขอเบอร์โทร.เพื่อกรณีไม่สะดวก จนท.ตอบว่าไงรู้ไม๊ บอกว่าให้ไปก็ไม่แน่ใจว่าโทร.มาแล้วจะมีใครรับโทร.รึเปล่า...หมายความว่าไงคิดดูเอาเองแล้วกัน)แล้วต่อมายิ่งเดินทางมาเจอเลื่อนประกาศผลอีก สรุปแล้วกว่าจะได้งานต้องมากันกี่รอบ มาสมัคร มาดูประกาศวันเวลาสนามสอบ มาสอบ มาดูผลสอบรอบแรก มาวันนัดสัมภาษณ์ มาดูผลนัดสัมภาษณ์ มารายงานตัว...เสียเงินทองเดินทางไปมาตั้งเท่าไร? แล้วต้องเผื่อกรณีเจอโรคเลื่อนประกาศ โรคชุ่ย โรคขี้เกียดของจนท.บางคนไปอีก

 

 

จะให้เราบอกว่านี่คือหน่วยงานไหนก็ได้ เพราะเรามั่นใจในสิ่งที่พบเจอมาด้วยตัวเองนี้จริงๆ แต่พอคิดดูดีๆ แล้วก็อยากให้เวลาให้โอกาสเขาเผื่อว่าจะสุดวิสัยจริงๆ หรือมีการชี้แจงภายหลัง อีกทั้งบอกไปก็ไม่แน่ใจว่าคนที่ทำผิดจริงๆ จะมีการปรับปรุงตัว และมันยังอาจจะทำให้คนที่ทำงานดีๆ ที่อยู่ที่เดียวกันนี้พลอยเสียชื่อไปด้วย ดูแล้วพูดไปผลเสียมากกว่าผลดี ก็เลยไม่ขอเอ่ยถึงชื่อหน่วยงานนี้ตรงๆ จะดีกว่า

 

ขอบอกว่าเราเหนื่อยใจ และเสื่อมศรัทธาในความเชื่อมั่นและคุณภาพ ในที่แห่งนี้จริงๆ เพราะใครๆ ก็คงไม่อยากทำงานอยู่ในหน่วยงานหรือองค์กรที่ไร้ประสิทธิภาพ ใช่ไหม?

เมื่อคนแย่ งานแย่ หน่วยงานก็แย่ ชีวิตเราก็ต้องไร้ประสิทธิภาพไร้ความก้าวหน้าไปด้วยแน่ๆ

 

คุณแม่บ้านว่าไง ?

Comment

Comment:

Tweet